นายอำเภอเชียงคาน แถลงผลจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ยึดไอซ์ 90 กิโลกรัม จับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมรถยนต์ของกลาง ในพื้นที่ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย                             

           นายอำเภอเชียงคาน แถลงผลจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ยึดไอซ์ 90 กิโลกรัม จับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมรถยนต์ของกลาง ในพื้นที่ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย                          

              วันพุธที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย      นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเชียงคาน ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการกำลังในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 3 กระสอบ โดยภายในแต่ละกระสอบบรรจุจำนวน 30 ห่อ รวมทั้งสิ้น 90 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 90 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นของกลางยาเสพติดจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นและตรวจยึดได้ในพื้นที่อำเภอเชียงคาน นอกจากการตรวจยึดยาเสพติดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถ จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 3 ราย โดยผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอวังสะพุง อำเภอเชียงคาน และอำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กน 1218 เลย จำนวน 1 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย การจับกุมและตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งได้ร่วมกันเฝ้าระวัง สกัดกั้น และปราบปรามการลักลอบเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมุ่งหมายที่จะลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตลอดจนป้องกันมิให้ยาเสพติดถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มี พ.ต.อ.สันติ ชูเชิด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชียงคาน และ พ.ต.ท.รามสูรย์ บุญข่าย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 246 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจน้ำเชียงคาน กองร้อยสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี รวมถึงกำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวและนำเสนอผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้ ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปฏิบัติงานจะต้องอาศัยข้อมูล การเฝ้าระวัง และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

              ผลการปฏิบัติครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเลยในการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รวมถึงตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับของกลางทั้งหมดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายความมั่นคง ผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ โดยการแจ้งเบาะแสและการมีส่วนร่วมของประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดเข้าสู่ชุมชน และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด