เกษตรศาสตร์ยุคใหม่ ชูแนวคิดขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยของประชาชน ตั้งเป้า 4 ปีเป็น“ยาสามัญประจำบ้านเป็นที่พึ่งของสังคม
วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม (“หมอคง”) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนที่ 16 แถลงนโยบายและวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กร มุ่งยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น “ความหวังของประเทศ” และ “มหาวิทยาลัยของประชาชน” ผ่านการผสานแนวคิดหลัก คือ Glocalization การยกระดับจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นออกสู่เวทีสากลด้วยมาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับ Syntegration การบูรณาการพลังความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบุคลากรเข้าด้วยกัน และ Sustainability ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยสู่สังคม ผ่านจุดแข็งของ มก. ทั้ง Climate Change, Food Security, Sustainable Agriculture, Biodiversity, Energy, Water และ Circular Economy
พร้อมมุ่งสู่การเป็น “Living Lab” ที่ทดลองและสร้างความยั่งยืนได้จริง โดยมีอธิการบดีทำหน้าที่เป็น “คอนดักเตอร์” (Conductor) ในการกำกับและประสานศักยภาพของนักวิจัย อาจารย์ นิสิต และเจ้าหน้าที่ให้ก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างลงตัว เพื่อตั้งเป้าหมายสูงสุดในระยะเวลา 4 ปี ในการทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กลายเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่สังคมและประชาชนนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดวิกฤตหรือต้องการทางออกในการพัฒนาประเทศ
ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยลงสู่พื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อเข้าถึง “โจทย์ที่ใช่” จากเกษตรกรและผู้ประกอบการโดยตรง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาและสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจได้อย่างตรงจุด พร้อมกันนี้ยังมุ่งปฏิรูปภาคการเกษตรไทย ยกระดับภาพลักษณ์ของเกษตรกรจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ (Smart Farming, AI, Drones) เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ (New Gen) ให้เข้าสู่สายอาชีพการเกษตรด้วยความภาคภูมิใจ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาแบรนด์ผลผลิตไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ ตลอดจนวางรากฐานความยั่งยืนทั้งในมิติการส่งต่อองค์ความรู้ระหว่างรุ่น การบริหารจัดการทรัพยากรทางการเงิน และการเป็นที่พึ่งพาทางสังคมในทุกมิติ Screenshot “ม.เกษตรฯ เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้าน แม้ไม่อาจหวือหวาที่สุด แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศขาดไม่ได้ เราพร้อมเป็นพื้นที่เปิดให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้การเกษตรเป็นอาชีพที่มีเกียรติและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน”อธิการบดีมหาวิทยาเกาตรศาสตร์กล่าวย้ำ
สำหรับ 3 ยุทธศาสตร์สำคัญใช้เป็นแนวทางบริหาร นับจากนี้ไป ประกอบด้วย 1.การทำงานร่วมกัน(Syntegration) ซึ่งในบริบทปัจจุบันต้องการการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน ลดคามเป็นตัวตนของตนเอง ลดกรอบของหน่วยงานที่มองเฉพาะรอบตัวแล้วขยับเป้นกรอบมองภาพมหาวิทยาลัยด้วยกัน 2.คิดระดับโลก(Groca’ization) มองว่าดลกนี้เปลี่ยนแปลงอย่างไร โลกต้องการอะไร โจทย์ปัญหาของโลกคืออะไรและม.ก.อยูในตำแหน่งไหนของโลกใบนี้เพื่อทำให้เราสามารถตอบโจทย์ปัญหาของโลกได้ สิ่งที่เราต้องเข้าใจอย่างลึกซึ่งคือเข้าใจความเป็นไทย เข้าใจปัญหาของประเทศไทยช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชน มีความเข้าใจในLocaL อย่างลึกซึ่งแล้วต้องแอคชั่นให้เป็นมาตรฐานสากลและ3.การพัฒนาสู่ความยั่งยืน(Sustainability) ในเรื่องการบริหารทรัพยากรในทุกมิติ “แนวทางการทำงานบูรณาารร่วมกันคิดใหญ่ระดับโลก แต่ต้องเข้าใจท้องถิ่น มีการปฏิบัติที่ีเป็นนานาชาติและคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นแนวนโยบาย 4 ปีจากนี้ไปจะลงสู่การปฏิบัติในแต่ละด้าน”อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กล่าวทิ้งท้าย







