เชื่อมตลาดสองฝั่งโขง  มรภ.นครสวรรค์ จับมือ ม.สะหวันนะเขต ผสานพลังวิชาการและนวัตกรรม ชูเกษตร - สมุนไพร -ประวัติศาสตร์  

 

          เชื่อมตลาดสองฝั่งโขง มรภ.นครสวรรค์ จับมือ ม.สะหวันนะเขต ผสานพลังวิชาการและนวัตกรรม ชูเกษตร - สมุนไพร -ประวัติศาสตร์ เชื่อมตลาดสองฝั่งโขงสู่สากล

          มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ นำโดย ผศ.ดร.ไชยรัตน์ ปราณี อธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหารและที่ปรึกษาโครงการ “ประสานพลังสองฝั่งโขง” เดินทางเยือนมหาวิทยาลัยสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อประชุมหารือกรอบความร่วมมือทางวิชาการและนวัตกรรม มุ่งยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น และสร้างการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

การหารือในครั้งนี้เน้นการนำจุดแข็งของทั้งสองสถาบันมาบูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง โดย มรภ. นครสวรรค์  เดินหน้าตามวิสัยทัศน์ N-S-R-U (New Engine of Growth, Sustainable, Re-inventing University, Universal and Unity) ขณะที่มหาวิทยาลัยสะหวันนะเขต ซึ่งเป็น 1 ใน 4 มหาวิทยาลัยหลักของ สปป.ลาว กำลังเร่งยกระดับความเป็นสากลผ่านหลักสูตรนานาชาติและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือต่างประเทศ

สำหรับกรอบความร่วมมือสำคัญที่ได้ตกลงและวางแนวทางร่วมกัน ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่

1. การยกระดับสายพันธุ์สัตว์และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture): มุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อคุณภาพสูงของ มรภ.นครสวรรค์ มาต่อยอดร่วมกับ ม.สะหวันนะเขต เพื่อผลิตและส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพอย่างจีนและเวียดนาม โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านโลจิสติกส์ของ สปป.ลาว

2. การแปรรูปพืชสมุนไพรและเครื่องสำอาง: ผสานความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพและพืชสมุนไพรท้องถิ่น (พืชเป็นยา) ของ ม.สะหวันนะเขต เข้ากับโรงงานแปรรูปสมุนไพร โรงงานเครื่องสำอาง และบุคลากรด้านแพทย์แผนไทยของ มรภ.นครสวรรค์ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุขภาพและความงามสู่ตลาด

3. การเชื่อมโยงเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม: ดึงรากเหง้าประวัติศาสตร์ร่วมของสองฝั่งโขง เช่น เส้นทางชีวประวัติบุคคลสำคัญระดับภูมิภาค (อาทิ ท่านโฮจิมินห์ และท่านหนูฮัก) มาเปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

4. งานวิจัยเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ยั่งยืน: ปรับเปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัยจากการให้ปริญญาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ทำเงินได้จริง เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถพึ่งพาตนเองได้ และสร้างโอกาสให้นักศึกษามีอาชีพและรายได้ตั้งแต่ช่วงที่ยังศึกษาอยู่

ผศ.ดร.ไชยรัตน์ ปราณี อธิการบดี มรภ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า “การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสะหวันนะเขตไม่ใช่แค่งานวิชาการตามภารกิจประจำ แต่เป็นการจับมือกันทำวิจัยเพื่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ (Product) ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจจริง เรามีเทคโนโลยี มีโรงงานแปรรูป ขณะที่ฝั่งลาวมีความอุดมสมบูรณ์ด้านสมุนไพรและได้เปรียบเรื่องเส้นทางขนส่งไปยังประเทศใหญ่อย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองสถาบันและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ทั้งสองมหาวิทยาลัยเตรียมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และวางแผนดำเนินโครงการนำร่องในแต่ละด้านต่อไป